ร้านแบตเตอรี่ เขตทวีวัฒนา

พื้นที่ให้บริการ เปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์นอกร้าน นอกสถานที่ พร้อมติดตั้ง เขตทวีวัฒนา

ร้านแบตเตอรี่รถยนต์ ตลาดธนบุรี สนามหลวง 2ร้านแบตเตอรี่รถยนต์ ถนนทวีวัฒนาร้านแบตเตอรี่รถยนต์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีร้านแบตเตอรี่รถยนต์ สำนักงานเขตทวีวัฒนาร้านแบตเตอรี่รถยนต์ สถานีตำรวจนครบาลธรรมศาลาร้านแบตเตอรี่รถยนต์ ถนนพุทธมณฑล สาย 3ร้านแบตเตอรี่รถยนต์ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยาร้านแบตเตอรี่รถยนต์ ถนนอักษะร้านแบตเตอรี่รถยนต์ สมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ร้านแบตเตอรี่รถยนต์ เดอะ พาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษกร้านแบตเตอรี่รถยนต์ โรงพยาบาลธนบุรี 2ร้านแบตเตอรี่รถยนต์ วิทยาลัยทองสุขร้านแบตเตอรี่รถยนต์ โรงเรียน โพลีเทคนิคพณิชย์กรุงเทพร้านแบตเตอรี่รถยนต์ บุญถาวร สาขาปิ่นเกล้าร้านแบตเตอรี่รถยนต์ ซอยศาลาธรรมศพน์ร้านแบตเตอรี่รถยนต์ ขนส่ง พุทธมณฑล สาย 3ร้านแบตเตอรี่รถยนต์ ถนนบรมราชชนนี

ร้านแบตเตอรี่รถยนต์

ตลาดธนบุรี สนามหลวง 2, ถนนทวีวัฒนา, มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี, สำนักงานเขตทวีวัฒนา, สถานีตำรวจนครบาลธรรมศาลา, ถนนพุทธมณฑล สาย 3, โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา พุทธมณฑล, ถนนอักษะ, สมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์, เดอะ พาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก, โรงพยาบาลธนบุรี 2, วิทยาลัยทองสุข, โรงเรียน โพลีเทคนิคพณิชย์กรุงเทพ, บุญถาวร สาขาปิ่นเกล้า, ซอยศาลาธรรมศพน์, ขนส่ง พุทธมณฑล สาย 3

 

 เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับ "ตัวคุณเอง" บ้างไหม !!! 

 

  •  เมื่อเช้ายังสตาร์ทรถได้อยู่เลย พอขับไปจอดทำธุระแป๊ปเดียว รถสตาร์ทไม่ติดละ
  •  ขับรถไปเติมน้ำมัน พอเติมเสร็จ รถสตาร์ทไม่ติด ต้องหาคนมาพ่วงแบตให้ รถถึงสตาร์ทติด
  •  ขับรถไปจอดที่ทำงาน พอเลิกงาน จะรีบกลับบ้าน รถกลับสตาร์ทไม่ติด
  •  ขับรถพาครอบครัวไปเที่ยวห้าง พอตอนกลับ รถสตาร์ทไม่ติดเฉยเลย
  •  เมื่อวานขับรถกลับบ้านมาปกติ แต่พอตอนเช้า ต้องรีบไปทำงาน รถก็สตาร์ทไม่ติด

 

" นี่เป็นเพียงเหตุการณ์บางส่วนที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของผู้ใช้รถ แล้วถ้าเกิดขึ้นจริงกับคุณล่ะ !!! "

 

 คุณลองเดาดูซิว่า มันจะทำให้เกิดความเสียหายกับคุณได้ขนาดไหน ? 

 

  • ชัดเจน, ปิด ไอคอน เสียโอกาสที่มีมูลค่ามากกว่าที่คุณคิด จากการที่รถสตาร์ทไม่ติด เช่น ไปสอบเอ็นทรานซ์ไม่ทัน ไปไม่ทันประชุมสำคัญ พาคนป่วยไปโรงพยาบาลไม่ทัน เป็นต้น
  • ชัดเจน, ปิด ไอคอน เสียเวลาไปหาคนมาช่วยจั๊มแบต ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะมีใครมาช่วยรึเปล่า
  • ชัดเจน, ปิด ไอคอน ถ้าหาคนมาช่วยจั๊มแบตได้แล้ว แต่รถก็ยังสตาร์ทไม่ติด แล้วจะทำยังไงให้รถสตาร์ทติดล่ะ
  • ชัดเจน, ปิด ไอคอน ถ้าคิดว่าเป็นที่แบตเสีย และอยากเปลี่ยนแบตตอนนี้เลย คุณจะไปหาร้านเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ที่ไหน
  • ชัดเจน, ปิด ไอคอน การที่รถของคณสตาร์ทไม่ติด อาจทำให้เกิดอันตรายต่อตัวคุณเองและทรัพย์สินของคุณ ในกรณีที่รถสตาร์ทไม่ติด ในสถานที่เปลี่ยว ตอนกลางคืน โดยเฉพาะผู้หญิง
  • ชัดเจน, ปิด ไอคอน จ่ายเงินซื้อแบตเตอรี่ลูกใหม่ที่แพงกว่าราคาปกติทั่วไป (โดนร้านค้าฟันราคา)
  • ชัดเจน, ปิด ไอคอน เสียเงินค่าบริการนอกสถานที่

 

 แล้วจะรู้ได้ไงว่า "แบตใกล้เสีย" หรือ "ควรต้องเปลี่ยนแล้ว" ? 

ง่ายมากครับ... เพียงสังเกตุตอนที่คุณใช้รถ ว่ามีอาการตามนี้หรือไม่...

 

  •   ขณะบิดกุญแจเพื่อสตาร์ทรถ แล้วมีเสียง “แต๊กๆๆๆๆ” แต่รถสตาร์ทไม่ติด
  •   ขณะสตาร์ทรถ รถไม่มีกำลังสตาร์ท หรือ สตาร์ทช้า อืดๆ กว่าจะติด (จะเกิดขึ้นบ่อยหลังจากจอดรถข้ามคืน แล้วมาสตาร์ทในตอนเช้า)
  •   แบตเตอรี่ใช้งานมาแล้ว มากกว่าปีครึ่ง
  •   ไฟหน้ารถอ่อนลงกว่าปกติ
  •   เสียงแตรอ่อนลงกว่าปกติ
  •   กระจกไฟฟ้าในรถเลื่อนขึ้น-ลงช้ากว่าปกติ
  •   การปัดน้ำฝน ทำงานแบบไม่มีแรง
  •   ระบบล็อคอัตโนมัติทำงานช้า อืด
  •   เคยนำแบตเตอรี่ไปชาร์จไฟให้เต็ม แล้วนำกลับมาใส่รถ ก็ยังสตาร์ทไม่ติด
  •   รถเคยสตาร์ทไม่ติด แล้วทำการพ่วงสตาร์ทมาแล้ว

 

ถ้าคุณพบเจออาการเหล่านี้ นั่นคือ สัญญาณเตือน ว่าถึงเวลา "เปลี่ยนแบตเตอรี่" แล้วครับ

 

 หากคุณไม่มั่นใจว่า อาการที่เกิดขึ้น เป็นเพราะแบตเตอรี่เสียหรือไม่ ? 

คุณสามารถนำรถเข้ามาที่ร้าน เพื่อให้ช่างตรวจเช็คแบตเตอรี่และไดชาร์จรถยนต์ได้ ฟรี!!!

 

นัดตรวจเช็คแบตเตอรี่และไดชาร์จ ฟรี

   

 

  ทำไมต้องซื้อแบตเตอรี่ กับ   

1. เปลี่ยนแบตเตอรี่นอกสถานที่ บริการรวดเร็วทันใจ ทั่วพื้นที่ฝั่งธนบุรี ฟรี!!!

 

2. มีหน้าร้านจริง หาง่าย ตั้งอยู่ใจกลางฝั่งธนบุรี ริมถนนกาญจนาภิเษก ห่างจากห้างเดอะมอลล์ บางแคเพียง 2.5 กม. เราจึงไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้ลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ได้รวดเร็ว ทันใจ กว่าร้านแบตอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ใพื้นที่

ลูกค้าสามารถเช็คพื้นที่บริการฟรี ได้ที่นี่

พิกัด : 13.694018, 100.4043363

  

3. แบตเตอรี่สด ใหม่ 100% ไม่ค้างสต็อก ไม่เก่าเก็บ ส่งตรงจากโรงงานผู้ผลิต

 

4. เป็นตัวแทนจากโรงงานโดยตรง จึงสามารถขายแบตเตอรี่รถยนต์ได้ในราคาโรงงาน

  

 

5. แบตเตอรี่รถยนต์ทุกลูก รับประกัน 1 ปี จากโรงงานผู้ผลิตโดยตรง โดยแบตเตอรี่ทุกลูกจะมีสติ๊กเกอร์ร้านติดอยู่ และมีการตอกวันที่ซื้อแบตเตอรี่อยู่ที่บนฝา

  

 

6. สำรองไฟทุกครั้ง ขณะเปลี่ยนแบตเตอรี่ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลต่างๆ ในรถยนต์หายและไม่ต้องมานั่งเซ็ตใหม่ เช่น นาฬิกา คลื่นวิทยุ หรือค่ามาตราฐานจากโรงงานในกล่อง ECU ของรถยนต์ เป็นต้น

 

7. ตรวจเช็คไดชาร์จ หลังติดตั้งแบตเตอรี่เสร็จ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าระบบการชาร์จไฟในรถยนต์อยู่ในสภาพปกติพร้อมใช้งาน

 

 

8. เก็บเงินปลายทางได้หลายช่องทาง เช่น เงินสด โอน หรือรูดบัตร(ไม่ชาร์จ) กรณีลูกค้าต้องการรูดบัตร กรุณาแจ้งพนักงานก่อนสั่งซื้อ

 

 9. มีโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษเพิ่มเติม เฉพาะลูกค้าที่นำรถเข้ามาเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่หน้าร้าน (เฉพาะลูกค้าที่ชำระเป็นเงินสดหรือโอนเท่านั้น)

ลดทันที 50 บาท เมื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่หน้าร้าน 30 ท่านแรกของเดือนเท่านั้น!!

 

10. ตรวจเช็คแบตเตอรี่ และไดชาร์จ ฟรี!!! ตลอดอายุการใช้งาน (เฉพาะลูกค้าที่เข้ามาหน้าร้านเท่านั้น)

“คำแนะนำ หลังจากเปลี่ยนแบตเตอรี่ไป ควรนำรถเข้ามาตรวจเช็คทุกๆ 6 เดือน”

 

 

11. ใช้เครื่องทดสอบแบตเตอรี่ที่ได้มาตรฐาน USA (ผลทดสอบมีความแม่นยำสูง)

 

12. จำหน่ายแบตเตอรี่รถยนต์ยี่ห้อ GS Panasonic FB 3K Bosch ที่รองรับรถยนต์ ได้มากกว่า 800 รุ่นในประเทศไทย

    

 

    

 

                       

 

โปรโมชั่นพิเศษ

ลดทันที 50 บาท เมื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่หน้าร้าน 30 ท่านแรกของเดือนเท่านั้น!!

 

เปลี่ยนแบตถึงที่ ทั่วฝั่งธนฯ ฟรี !!!

เก็บเงินปลายทาง !!!

 

    

 

 วิธีเลือกซื้อแบตเตอรี่รถยนต์ 

1. เลือกประเภทแบตเตอรี่ ที่เหมาะกับการใช้งานกับเรา ( แบตน้ำ / แบตไฮบริด / แบตกึ่งแห้ง / แบตแห้ง )

2. เลือกขนาดแบตเตอรี่ ที่เหมาะสมกับรถยนต์ของเรา ( ไซต์ของแบตเตอรี่ - สามารถดูได้จากแบตเตอรี่ที่ติดมากับรถยนต์ / ค่าแอมป์ แบตเตอรี่ / ค่า CCA - ค่ากำลังสตาร์ท )

3. เลือกยี่ห้อแบตเตอรี่ ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ( GS / PANASONIC / FB / 3K / BOSCH )

4. เลือกร้านเปลี่ยนแบตเตอรี่ ที่ได้มาตรฐาน การบริการที่ดี แบตเตอรี่สดใหม่ ไม่ค้างสต็อก(ส่งผลถึงคุณภาพ) ราคาไม่แพง คุ้มค่า

 

 แบตเตอรี่รถยนต์มีกี่ประเภท อะไรบ้าง ? 

 แล้วเราควรมีวิธีเลือกซื้อแบตเตอรี่รถยนต์ประเภทอะไรดี ? 

ในปัจจุบัน ประเทศไทยของเรา มีแบตเตอรี่รถยนต์ 4 ประเภท ที่ใช้กันและมีขายกันตามท้องตลาด ดังนี้

1. แบตเตอรี่ น้ำ (ชนิดดูแลน้ำกลั่น)

"แบตเตอรี่น้ำ หรือ แบตน้ำ" เป็นแบตเตอรี่ชนิดตะกั่วกรดในยุคแรกๆ เลย ซึ่งวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตแบตเตอรี่ชนิดนี้จะเป็นโลหะผสมระหว่างตะกั่วกับพลวง ซึ่งแบตเตอรี่ชนิดนี้ถูกเรียกว่า “แบตเตอรี่น้ำ หรือ แบตเตอรี่ Conventional หรือ แบตเตอรี่ชนิดธรรมดา” ก็ได้ โดยแบตเตอรี่ชนิดนี้เป็นชนิดที่ต้องดูแลน้ำกลั่น แนะนำให้ดูแลน้ำกลั่นอย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง

ข้อดี

- มีราคาถูกกว่าแบตเตอรี่ชนิดอื่นๆ

- มีอายุการใช้งานยาวนาน หากได้รับการดูแลระดับน้ำภายในแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

ข้อด้อย

- ต้องหมั่นดูแลน้ำกลั่นภายในแบตเตอรี่อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

- อัตราการคลายไฟจะสูงกว่าแบตเตอรี่ชนิดอื่น

2. แบตเตอรี่ ไฮบริด (ชนิดดูแลน้ำกลั่นน้อย)

"แบตเตอรี่ไฮบริด หรือแบตไฮบริด" ได้รับการพัฒนามาจากแบตเตอรี่น้ำ ซึ่งวัตถุดิบหลักในการผลิตแบตเตอรี่ชนิดนี้จะเป็นโลหะผสมระหว่างตะกั่วกับแคลเซียมเฉพาะแผ่นธาตุลบ เพื่อแก้ไขข้อเสียของแบตเตอรี่น้ำที่มีการระเหยของน้ำกลั่นสูง โดยแบตเตอรี่ไฮบริดนี้มีอัตราการระเหยของน้ำกลั่นน้อยกว่ารุ่นธรรมดา จึงสามารถใช้ได้นานถึง 15,000 กม. หรือ ประมาณ 3 เดือน จึงเติมน้ำกลั่น

ข้อดี

มีอัตราการระเหยของน้ำกลั่นน้อยกว่าประเภทแบตเตอรี่น้ำ

เหมาะกับรถที่ใช้งานหนัก เช่น รถบรรทุก รถโดยสาร หรือ รถรับจ้าง เป็นต้น

ข้อด้อย

- ต้องหมั่นดูแลน้ำกลั่นภายในแบตเตอรี่ประมาณ 3 เดือนครั้ง

- ราคาใกล้เคียงกับแบตเตอรี่กึ่งแห้ง (แต่แบตเตอรี่กึ่งแห้งไม่ต้องดูแลน้ำกลั่น)

 

3. แบตเตอรี่ กึ่งแห้ง (ชนิดไม่ต้องดูแลน้ำกลั่น)

"แบตเตอรี่กึ่งแห้ง หรือ แบตกึ่งแห้ง" เป็นแบตเตอรี่พร้อมใช้ ที่มีการเติมน้ำกรด และอัดไฟมาจากโรงงานแล้ว เป็นแบตเตอรี่ที่ได้รับการพัฒนาและออกแบบให้เป็นแบตเตอรี่ชนิดที่ไม่ต้องดูแลน้ำกลั่น ตอบสนองเรื่องความสะดวกสบายมากขึ้น โดยได้มีการเพิ่มสารแคลเซียมลงไปในแผ่นธาตุ ซึ่งสารแคลเซียมนี้จะทำให้แผ่นธาตุของแบตเตอรี่มีอัตราการสึกหรอน้อยกว่าเดิม และช่วยให้การระเหยของน้ำในแบตเตอรี่ลดลงด้วย ซึ่งแบตเตอรี่ชนิดนี้ถูกเรียกว่า “แบตเตอรี่ MF หรือ แบตเตอรี่ Maintenance Free” นั่นเอง

        เนื่องจากข้อเด่นของแบตเตอรี่ชนิดนี้ที่ไม่ต้องดูแลน้ำกลั่นบ่อยเหมือนสมัยก่อน หรืออาจจะไม่ต้องดูแลน้ำกลั่นตลอดอายุการใช้งานเลยก็ได้ จึงทำให้แบตเตอรี่ชนิดนี้เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน แต่ถึงอย่างไรก็ดี การดูแลน้ำกลั่นแบตเตอรี่ก็ยังมีความจำเป็น เพราะว่าประเทศไทยอากาศร้อน

ข้อดี

ไม่ต้องดูแลน้ำกลั่น

ราคาไม่แพง

- แอมป์สูง กำลังสตาร์ทสูง(CCA)

- แบตเตอรี่ที่ติดมากับรถยนต์ส่วนใหญ่จะใช้เป็นแบตเตอรี่กึ่งแห้ง

ข้อด้อย

- หากมีการใช้งานหนัก เช่น รถเพื่อการพาณิชย์ ต้องมีการตรวจดูแลน้ำกลั่น

 

4. แบตเตอรี่ แห้ง (ชนิดไม่ต้องดูแลน้ำกลั่น)

"แบตเตอรี่แห้ง หรือ แบตแห้ง" เป็นแบตเตอรี่พร้อมใช้ ที่มีการเติมน้ำกรด และอัดไฟมาพร้อมใช้งานมาจากโรงงานแล้วเช่นเดียวกับแบตเตอรี่กึ่งแห้ง ความจริงแล้ว แบตเตอรี่ประเภทนี้ไม่ได้แห้งจริง แต่ยังคงมีน้ำอยู่ในแบตเตอรี่ แต่ถูกออกแบบที่ฝาแบตเตอรี่ ให้มีการปิดผนึกสนิท จึงเป็นแบตเตอรี่ที่ไม่ต้องดูแล(เติมน้ำกลั่น)ตลอดอายุการใช้งาน มีอัตราการสูยเสียน้ำน้อย ซึ่งแบตเตอรี่ชนิดนี้ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “แบตเตอรี่ SMF หรือ แบตเตอรี่ Sealed Maintenance Free” นั่นเอง

ข้อดี

ไม่ต้องดูแลน้ำกลั่นตลอดอายุการใช้งาน

- แอมป์สูง กำลังสตาร์ทสูง(CCA)

- เป็นระบบฝาปิดผนึกสนิท (SMF)

ข้อด้อย

- ราคาสูงกว่าแบตเตอรี่ประเภทอื่น

 

ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก

   

 

 เปลี่ยนแบตเตอรี่ที่แอมป์สูงกว่าเดิม สามารถเปลี่ยนได้รึเปล่า ? 

 แล้วจะมีปัญหากับรถยนต์มั๊ย ? 

     ในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่มีแอมป์สูงกว่าเดิมได้  ไม่มีปัญหาใดๆ กับรถยนต์ แต่ ไม่ควร ใส่แบตเตอรี่ที่มีแอมป์น้อยกว่าเดิม เพราะจะทำให้ กำลังไฟ ไม่พอสำหรับรถยนต์ เช่น แบตเตอรี่เดิมที่ติดรถยนต์มาตอนออกจากศูนย์มีขนาด 45 แอมป์ ก็ไม่ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่น้อยกว่า 45 แอมป์ แต่สามารถใส่แบตเตอรี่ขนาด 45 แอมป์หรือสูงกว่าได้ เช่น 48แอมป์ หรือ 52แอมป์ เป็นต้น

     ส่วนการเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่มีแอมป์มากขึ้นกว่าเดิม ก็มีประโยชน์ในเรื่องของการมีกำลังไฟที่มากขึ้น  เพื่อรองรับการใช้กำลังไฟที่มากขึ้น เช่น การติดเครื่องเสียง พาวเวอร์แอมป์ในรถยนต์, การติดไฟสปอร์ตไลท์, การใช้อุปกรณ์เสริมอื่นๆ ที่ต้องการใช้ไฟมากขึ้น เช่น ที่ชาร์จโทรศัพท์ในรถยนต์ เป็นต้น

     ค่าแอมป์มาตรฐาน ที่ควรติดตั้งในรถยนต์ ในบ้านเรา มีดังนี้

ประเภทรถยนต์ ค่าแอมป์
รถเก๋ง ขนาดเล็ก 32 - 55
รถเก๋ง ขนาดกลาง 45 - 55
รถเก๋ง ขนาดใหญ่ 60 - 75
รถกระบะ 2500 cc 65 - 75
รถกระบะ 2500 cc ขึ้นไป 85 - 100
รถยุโรป ขนาดเล็ก 45 - 65
รถยุโรป ขนาดกลาง 75 - 80
รถยุโรป ขนาดใหญ่ 80 - 100

 

 ค่า CCA คืออะไร ? 

 แล้วค่า CCA ต้องเท่าไหร่ถึงจะดี ? 

     ค่า CCA ย่อมาจาก Cold Cranking Amps ซึ่งถูกใช้เป็นหน่วยวัดความสามารถในการสตาร์ทของแบตเตอรี่ หรือเรียกง่ายๆ คือ "ค่ากำลังสตาร์ท" นั่นเอง โดยค่า CCA ยิ่งมาก จะยิ่งดี ยกตัวอย่างเช่น ถ้าแบตเตอรี่ A มีค่า CCA สูงกว่าแบตเตอรี่ B นั่นหมายความว่า แบตเตอรี่ A จะสามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ง่ายกว่าแบตเตอรี่ B นั่นเอง โดยค่า CCA จะผันแปรตามค่าแอมป์ด้วย คือ ยิ่งแอมป์สูงขึ้น ค่า CCA ก็สูงขึ้นด้วยเช่นกัน

     แล้วค่า CCA ต้องเท่าไหร่ถึงจะดี... จากประสบการณ์ของช่างที่ร้าน ได้สรุปค่า CCA ที่เป็นค่าขั้นต่ำที่ควรใช้ในการสตาร์ทรถยนต์ ดังนี้

ประเภทรถยนต์ ค่า CCA
รถเก๋ง ขนาดเล็ก 240 ขึ้นไป
รถเก๋ง ขนาดกลาง 295 ขึ้นไป
รถเก๋ง ขนาดใหญ่ 370 ขึ้นไป
รถกระบะ 2500 cc 380 ขึ้นไป
รถกระบะ 2500 cc ขึ้นไป 565 ขึ้นไป
รถยุโรป ขนาดเล็ก 380 ขึ้นไป
รถยุโรป ขนาดกลาง 550 ขึ้นไป
รถยุโรป ขนาดใหญ่ 660 ขึ้นไป

 

 แบตเตอรี่ ขั้ว R ขั้ว L ต่างกันอย่างไร ? 

 มีวิธีการดูอย่างไรว่า... แบบไหนเป็นขั้ว R หรือ ขั้ว L 

แบตเตอรี่รถยนต์ มี 2 ขั้ว คือ ขั้วบวก (R) และ ขั้วลบ (L)

        ส่วนรหัส R หรือ L ก็คือ รหัสมาตรฐานของแบตเตอรี่ ที่ใช้ในการระบุให้เห็นถึงความแตกต่างของการวางขั้วบวกและขั้วลบบนแบตเตอรี่ เช่น แบตเตอรี่รุ่น 46B24R และ 46B24L ทั้ง 2 รุ่นนี้ เหมือนกันทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแอมป์ ค่าCCA หรือขนาดกว้าง x ยาว x สูง ยกเว้น การวางขั้วบวกและขั้วลบบนแบตเตอรี่ ดังรูป

 

 แบตเตอรี่ยี่ห้อไหนดี ? 

 แบตเตอรี่รถยนต์ยี่ห้อไหนดีที่สุด ? 

     แบตเตอรี่แต่ละยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็น GS , PANASONIC , FB , 3K , BOSCH ก็มีคุณสมบัติเฉพาะของแต่ละยี่ห้อ และมีจุดเด่น จุดด้อย ที่แตกต่างกัน จากประสบการณ์ของช่างที่ร้านขอสรุปเพื่อให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้

แบตเตอรี่ GS

แบตเตอรี่ gs

มีทั้งแบบ แบตน้ำ, แบตไฮบริด และแบตกึ่งแห้ง โดยประเภทที่เป็นที่นิยมและขายดี จะเป็นรุ่น MFX Series ซึ่งก็คือ แบตกึ่งแห้ง นั่นเอง เป็นแบตเตอรี่ชนิดที่ไม่ต้องดูแลน้ำกลั่น, การรับประกัน 1 ปี  เช็ค ราคาแบตเตอรี่กึ่งแห้ง GS MFX ได้ ที่นี่

จุดเด่น

- ยี่ห้อยอดนิยม เป็นที่รู้จักมานาน

- แอมป์สูง ในแบตกึ่งแห้ง รุ่น MFX 

จุดด้อย

- แบตน้ำมีราคาสูงกว่ายี่ห้ออื่น เมื่อเทียบกับรุ่นเดียวกัน

 

แบตเตอรี่ PANASONIC

แบตเตอรี่ panasonic

มีเป็นแบบ แบตกึ่งแห้ง ซึ่งเป็นรุ่นที่นิยมและขายดีที่สุด เป็นแบตเตอรี่ชนิดที่ไม่ต้องดูแลน้ำกลั่น, การรับประกัน 1 ปี เช็ค ราคาแบตเตอรี่กึ่งแห้ง PANASONIC ได้ ที่นี่

จุดเด่น

- ยี่ห้อยอดนิยม ขายดี

- ราคาไม่แพง

- มีแบตเตอรี่รองรับรถยนต์หลากหลายรุ่น

จุดด้อย

- แบตน้ำมีราคาสูง

 

แบตเตอรี่ FB

แบตเตอรี่ fb

มีทั้งแบบ แบตน้ำ, แบตไฮบริด, แบตกึ่งแห้ง และแบตแห้ง โดยประเภทที่เป็นที่นิยมและขายดี จะเป็นรุ่น M-Series ซึ่งก็คือ แบตกึ่งแห้ง นั่นเอง เป็นแบตเตอรี่ชนิดที่ไม่ต้องดูแลน้ำกลั่น, การรับประกัน 1 ปี เช็ค ราคาแบตเตอรี่กึ่งแห้ง FB M-Series ได้ ที่นี่

จุดเด่น

- ยี่ห้อยอดนิยม ทนทาน

- แอมป์และค่า CCA สูง ในแบตกึ่งแห้ง รุ่น M-Series

- แบตไฮบริดสำหรับรถกระบะ ขายดี ทนทาน 

จุดด้อย

- แบตน้ำมีราคาสูงกว่าแบตกึ่งแห้งในบางรุ่น

 

แบตเตอรี่ 3K

แบตเตอรี่ 3k

มีทั้งแบบ แบตน้ำ, แบตไฮบริด, แบตกึ่งแห้ง และแบตแห้ง โดยประเภทที่เป็นที่นิยมและขายดี จะเป็นรุ่น Advance X-Treme ซึ่งก็คือ แบตกึ่งแห้ง นั่นเอง เป็นแบตเตอรี่ชนิดที่ไม่ต้องดูแลน้ำกลั่น, การรับประกัน 1 ปี เช็ค ราคาแบตเตอรี่กึ่งแห้ง 3K Advance X-Treme ได้ ที่นี่

จุดเด่น

- ยี่ห้อยอดนิยม เป็นที่รู้จักมานาน

- แอมป์และค่า CCA สูง ในแบตกึ่งแห้ง รุ่น Advance X-Treme

- แบตแห้ง ราคาไม่แพง

จุดด้อย

- แบตน้ำมีราคาสูงกว่าแบตกึ่งแห้งในบางรุ่น

 

แบตเตอรี่ BOSCH

แบตเตอรี่ bosch

มีเป็นแบบ แบตแห้ง อย่างเดียว ฝาปิดผนึกสนิท ไม่ต้องดูแลน้ำกลั่นตลอดอายุการใช้งาน ซึ่งเป็นรุ่นที่นิยมและขายดีที่สุด เป็นแบตเตอรี่ชนิดที่ไม่ต้องดูแลน้ำกลั่น, การรับประกัน 1 ปี 3 เดือน เช็ค ราคาแบตเตอรี่แห้ง BOSCH ได้ ที่นี่

จุดเด่น

- แอมป์และค่า CCA สูง ในแบตแห้ง

- รับประกัน 1 ปี 3 เดือน

- ใช้กันส่วนมากในรถยนต์ยุโรป

จุดด้อย

- ราคาสูง

 

เปลี่ยนแบตเตอรี่ ตอนนี้เลย คลิ๊ก

   

 

ขั้นตอนการเคลมแบตเตอรี่รถยนต์กับร้านแบตเตอรี่โปร

1. นัดหมายวันและเวลากับทางร้านแบตเตอรี่โปร

2. ทางร้านจะส่งช่างเข้าไปทำการตรวจเช็ควิเคราะห์แบตเตอรี่ตามวันเวลาที่นัดหมาย โดยบริการ ให้เฉพาะที่อยู่ในเขตพื้นที่ฝั่งธนบุรีเท่านั้น เช็คพื้นที่ให้บริการได้ ที่นี่

3. ช่างทำการตรวจเช็คแบตเตอรี่และระบบไฟรถยนต์เบื้องต้น กรณีวิเคราะห์แล้วว่าแบตเตอรี่เสียจากขั้นตอนการผลิต ทางร้านจะทำการเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่ให้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น แต่ถ้าตรวจเช็คเบื้องต้นแล้วพบว่า แบตเตอรี่ปกติ แต่เกิดปัญหาจากระบบรถยนต์ หรือการใช้งานของลูกค้าเอง เช่น ไดชาร์จไม่ทำงาน หรือชาร์จอ่อนมากๆ, ไฟรั่ว หรือเปิดไฟในรถทิ้งไว้ เป็นต้น ทางลูกค้าจะมีค่าบริการในการตรวจสอบ 300 บาทต่อครั้ง

แต่ถ้าหากทางช่างวิเคราะห์แล้วยังไม่แน่ใจว่าแบตเตอรี่ลูกนั้นเสียจากขั้นตอนการผลิตหรือไม่ หรือลูกค้ายังสงสัยว่าแบตเตอรี่เสีย ทางร้านจะนำแบตเตอรี่ที่ยังสงสัยลูกนั้นส่งไปโรงงานผู้ผลิตแบตเตอรี่ยี่ห้อนั้นๆ เพื่อทำการตรวจเช็คซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ และในช่วงระหว่างที่ลูกค้ารอผลจากโรงงาน ทางช่างจะมีแบตเตอรี่สำรอง* ให้ลูกค้าใช้แทนไปก่อน จนกว่าจะทราบผลจากโรงงาน

โดยผลการตรวจเช็คแบตเตอรี่จากโรงงานผู้ผลิตแบตเตอรี่จะแบ่งเป็น 3 กรณีโดยจะมีรายละเอียด ดังนี้

กรณีที่ 1

ผลการทดสอบแบตเตอรี่จากโรงงานผู้ผลิตออกมาว่า แบตเตอรี่ลูกนั้นเสียจากขั้นตอนการผลิตจากโรงงานจริง ทางโรงงานจะส่งแบตเตอรี่ลูกใหม่กลับมาให้ทางร้านแบตเตอรี่โปร แล้วทางร้านแบตเตอรี่โปรจะโทรนัดหมายกับลูกค้าและนำแบตเตอรี่ลูกใหม่ไปติดตั้งให้ลูกค้าโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

กรณีที่ 2

ผลการทดสอบแบตเตอรี่จากโรงงานผู้ผลิตออกมาว่า แบตเตอรี่ลูกนั้นไม่เสีย ทางโรงงานทำการชาร์จไฟให้แบตเตอรี่ลูกนั้นเต็ม และทำการส่งแบตเตอรี่ลูกนั้นคืนร้านแบตเตอรี่โปรพร้อมผลการตรวจสอบแบตเตอรี่ลูกนั้นๆ เป็นเอกสารโดยจะมีการแจ้งสาเหตุของการตรวจเช็คว่าแบตเตอรี่ลูกนั้นไม่เสียเพราะอะไร

หลังจากนั้นลูกค้าสามารถเข้ามารับแบตเตอรี่ที่ร้านค้าได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ถ้าทางลูกค้าต้องการให้นำแบตเตอรี่ไปส่งและติดตั้งให้ ลูกค้าต้องสียค่าบริการครั้งละ 300 บาท

กรณีที่ 3

ผลการทดสอบแบตเตอรี่จากโรงงานผู้ผลิตออกมาว่า แบตเตอรี่ลูกนั้นไม่เสีย แต่ทางลูกค้ามีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทางร้านแบตเตอรี่โปรจะทำการประสานงานกับทางตัวแทนผู้ผลิตแบตเตอรี่ยี่ห้อนั้นๆ เพื่อให้ลูกค้าได้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยตรงจากตัวแทนโรงงานผู้ผลิต

หลังจากนั้นลูกค้าสามารถเข้ามารับแบตเตอรี่ที่ร้านค้าได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ถ้าทางลูกค้าต้องการให้นำแบตเตอรี่ไปส่งและติดตั้งให้ ลูกค้าต้องสียค่าบริการครั้งละ 300 บาท

 

หมายเหตุ:

-   *ทางร้านมีแบตเตอรี่สำรองเฉพาะรถยนต์บางรุ่นเท่านั้น

-   แบตเตอรี่ที่เคลมได้ลูกใหม่ จะใช้ช่วงเวลารับประกันเดียวกับแบตเตอรี่ที่ส่งเคลม (ใช้วันที่ซื้อเดิมของแบตเตอรี่ลูกที่ส่งเคลม)

-   หลังจากโทรร้านได้โทรแจ้งผลการเคลมกับลูกค้าแล้ว ลูกค้าควรจะมารับแบตเตอรี่ภายใน 15 วันหลังจากที่ทางร้านโทรแจ้ง เกิน 15 วัน ทางร้านจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น

-   ไปรับเคลมแบตเตอรี่ถึงที่ ทางร้านบริการเฉพาะในพื้นที่ที่ให้บริการเท่านั้น นอกเหนือจากนั้น ลูกค้าต้องนำแบตเตอรี่มาเคลมด้วยตัวเอง

expand_less